หลักสูตรไม่สามารถ สร้างพื้นฐานการคิดและดำรงชีวิต เพราะเน้นสอนเพื่อการสอบเข้าเรียนต่อมากกว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตอย่างแท้จริง และการเรียนภาษาต่างประเทศล้มเหลว

เพราะในที่สุดเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้

หนึ่ง ในแนวทางการแก้ปัญหาด้านหลักสูตรคือหลักสูตรท้องถิ่น โดยกำหนดให้แต่ละพื้นที่สามารถคิดหลักสูตรท้องถิ่นในการศึกษาของสถานที่ เรียนเอง ทั้งนี้เพื่อให้เนื้อหาของหลักสูตรเหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ให้ผู้สอนในแต่ละพื้นที่รู้จักประยุกต์ใช้สื่อในท้องถิ่น ใช้แหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่นให้เหมาะสม

และที่สำคัญที่สุดคือการ ปลูกฝังให้เด็กไทยในแต่ละพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้อง ถิ่นของตนเอง มีจิตสำนึกที่ดี เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด ภาคภูมิใจในบรรพบุรุษ และภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษสั่งสมมา พร้อมที่จะสืบสานและพัฒนาท้องถิ่นของตนเองในอนาคต ไม่ใช่ต่างคนต่างเติบโตและเอาตัวรอด ละทิ้งถิ่นฐานเหมือนในปัจจุบัน

แต่ ปัญหาของการนำหลักสูตรท้องถิ่นมาใช้คือ ผู้ปฏิบัติงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำหลักสูตร ทั้งด้านขั้นตอน การกำหนดสาระสำคัญ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย การใช้สื่อรวมถึงการประเมินและวัดผล นอกจากนั้นในแต่ละท้องถิ่นยังขาดการประสานงานที่ดี เนื่องจากการทำหลักสูตรท้องถิ่นนั้น คงไม่ใช่ให้แต่ละสถานศึกษากำหนดเองตามความต้องการ น่าจะมีการประชุมระดมสมองเพื่อกำหนดสาระสำคัญที่จะใช้ในการสอนของแต่ละสถาน ศึกษาให้สอดคล้องกันโดยเฉพาะสถานศึกษาในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน


หรือถ้าไม่มีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ ละพื้นที่ก็น่าจะเป็นหน้าที่ของนักวิชาการศึกษาประจำ อบต. เป็นผู้รับผิดชอบในการให้ความรู้ และเป็นผู้นำในการทำหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของตนเอง

แต่ จากการได้มีโอกาสสัมผัสกับการทำงานของครูปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลาย พื้นที่พบว่าครูเด็กเล็กเหล่านี้ถูกมอบหมายงานให้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น สำหรับการสอนเด็กปฐมวัย โดยที่ยังขาดความเข้าใจทั้งเรื่องการทำหลักสูตร และจุดประสงค์ที่แท้จริงของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น

และที่สำคัญที่ สุดคือยังไม่เข้าใจว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมย่อยของแต่ละพื้นที่คืออะไร ยังเข้าใจแค่การให้เด็กร่วมงานทอดกฐิน งานลอยกระทงคือการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นแล้ว

เมื่อผู้เขียนแนะนำให้ ขอความร่วมมือจากโรงเรียนระดับอื่นในพื้นที่เดียวกัน ก็มีปัญหาเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่อยู่คนละสังกัด และส่วนใหญ่ไม่อยากเสียเวลากับการถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนอื่น และเมื่อแนะนำให้ปรึกษานักวิชาการ ก็จะพบกับสายตาและสีหน้าที่ว่างเปล่าจากครูปฐมวัยเหล่านั้น

การจัดทำ หลักสูตรท้องถิ่นที่ได้ผลน่าจะมีการระดมสมองของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนระดับมัธยม โรงเรียนระดับประถม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นักวิชาการศึกษาของ อบต. ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิและชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีการกำหนดสาระการเรียนรู้หลักๆ จากนั้นจึงค่อยให้แต่ละสถานศึกษาไปวางแผนการสอนที่เหมาะกับเด็กแต่ละระดับ เนื่องจากเด็กมัธยม เด็กประถม และเด็กปฐมวัย มีพัฒนาการและความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

แต่สุดท้ายก็คือ ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะจะทำให้การศึกษาของเด็กมีความต่อเนื่อง เพราะถึงอย่างไรก็เป็นการปลูกฝังให้เด็กเหล่านั้นเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดเพื่อพัฒนาประเทศในอนาคตนั่นเอง

คงต้องฝาก ประเด็นการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นไว้กับผู้ที่รับผิดชอบด้านการศึกษาในแต่ละ พื้นที่สำหรับการดำเนินการอย่างจริงจัง เริ่มต้นคงต้องหาเจ้าภาพ หรือผู้นำในการจัดประชุมระดมสมอง และกำหนดทิศทางของหลักสูตรท้องถิ่นในพื้นที่ของตนเอง

อย่างน้อยความหวังเรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทยจะได้ไม่ห่างไกลความจริงเกินไปนัก



ที่มา - มติชนรายวัน หน้า 5 - วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11530