top
logo

English Chinese (Simplified) French Japanese Thai

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้51
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้124
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้175
mod_vvisit_counterเดือนนี้1345
mod_vvisit_counterรวม583276

สมาชิกออนไลน์

เรามี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

หนังสือราชการจาก สพฐ.

 


PDF พิมพ์
วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 19:00 น.

โรงเรียนชนแดนวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์เขต 1
ยินดีต้อนรับทุกท่าน

เว็บไซต์ของเรา อยู่ในช่วงการปรับปรุงเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ท่านสามารถให้คำแนะนำ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเว็บได้ที่ สมุดเยี่ยมโรงเรียนชนแดนวิทยาคม

 
ต่อใบวิชาชีพครูได้ปลาย ต.ค. PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2009 เวลา 09:32 น.

เมื่อ วันที่ 9 ตุลาคม นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยความคืบหน้าการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจะครบ 5 ปี ในวันที่ 8 ธันวาคม 2552 ว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลของข้าราชการครูกว่า 5 แสนคน ที่ได้ยื่นคำร้องขอต่อใบอนุญาตมาแล้ว เช่น ข้อมูลทางด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครู มีการทำผิดวินัยหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการจะสุ่มตรวจสอบข้อมูลครูในสถานศึกษาทั่วประเทศ ว่าข้อมูลที่ยื่นเสนอมาถูกต้องหรือไม่ มีการยื่นคำร้องผ่านทางผู้บริหารสถานศึกษาหรือไม่ หากไม่ได้ยื่นผ่านจะต้องลงไปตรวจสอบว่าเพราะอะไร จากนั้นจะได้ทยอยเสนอรายชื่อให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชุดใหม่ที่เพิ่ง แต่งตั้ง 17 คน พิจารณาต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ให้ข้าราชการครูฯต่อไป โดยจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาเห็นชอบครั้งละจำนวนมาก เนื่องจากมีข้าราชการครูฯหลายแสนคนที่จะต้องต่อใบอนุญาต

"คาดว่าปลาย เดือนตุลาคมนี้ จะต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ คาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง และเพื่อให้การต่อใบอนุญาตเป็นไปด้วยความรวดเร็ว คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพจะต้องแบ่งกลุ่มพิจารณาเพื่อทยอยเสนอรายชื่อให้คณะ กรรมการคุรุสภา ไม่เช่นนั้นการต่อใบอนุญาตจะล่าช้าได้ คาดว่าจากครูกว่า 5 แสนราย ที่ยื่นต่อใบอนุญาตนั้น จะมีครูจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านการต่อใบอนุญาต เช่น ครูที่ทำผิดวินัย เป็นต้น" นายองค์กรกล่าว


ที่มา - มติชนรายวัน หน้า 22 - วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11536

 
การอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนการสอน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 11:58 น.

ขอเชิญสมาชิกชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย(ชคบท.) สมัครเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนการสอน ในระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2552 ณ โรงเรียนร่มเกล้า อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร

อบรมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด เพียง 40 ท่าน เท่านั้น! (รับเฉพาะสมาชิกชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย เท่านั้น!)

***วิธีสมัครเป็นสมาชิกชมรมฯhttp://www.club.kruthai.info/member.php

ผู้เข้าอบรมจะได้รับเอกสารประกอบการอบรม 1 เล่ม พร้อมเกียรติบัตรผ่านการอบรม

ตารางการอบรมhttp://www.club.kruthai.info/data/ict.pdf

วิทยากรในการอบรมครั้งนี้คือ นายอุเทน ทองสวัสดิ์ อดีตเว็บ มาสเตอร์เว็บไซต์ครูสกลดอทคอม ปัจจุบันเว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ครูไทยดอทอินโฟ

ผู้เข้าอบรมจะต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและปลั๊กไฟมาด้วยในวันอบรม

แจ้งรายชื่อเข้าอบรมได้ในกระทู้นี้ โดยระบุข้อมูลดังนี้

1. ชื่อ - สกุล .......................................
2. ตำแหน่ง .........................................
3. สถานที่ทำงาน ..................................
4. หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ....................

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางหมายเลขโทรศัพท์ 08-5693-1004

 

 
คัดค้านการใช้หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะ(ใหม่) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 12:03 น.

จากการที่ กคศ. ได้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือ กคศ. ที่ ว.๑๗/๒๕๕๒ นั้น

สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) มีความเห็นว่า หลักเกณฑ์และวิธีการไม่ได้มีความแตกต่างจาก ว.๒๕ เดิม กล่าวคือ

การประเมินมี ๓ ด้าน ได้แก่

๑. ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
๒. ด้านความรู้ความสามารถ
๓. ด้านผลการปฏิบัติงาน

โดยเฉพาะในด้านที่ ๓ ได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ

ส่วนที่ ๑ ผลการพัฒนาผู้เรียน ที่ต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนน o-net คะแนน NT

ส่วนที่ ๒ ผลงานทางวิชาการ มีรายละเอียดของรายงานการศึกษาค้นคว้า หรือผลการวิจัยในชั้นเรียน หรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ๆ โดยต้องมีการสอดแทรกแนวคิด ทฤษฎี และองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อ สรุปสู่องค์ความรู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ การเขียนวิจัย ๕ บท ทำให้เห็นว่า การที่ กคศ. ให้ข่าวว่าได้มีการปรับปรุง หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินแล้วนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพราะยังมีการตรวจประเมิน ๓ ด้าน อย่างเดิม ส่วนด้านที่ ๓ ยังแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ยังมีการทำผลงานทางวิชาการ และเขียนวิจัย ๕ บท ซึ่งไม่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน ซ้ำเป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน อันจะส่งผลให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำมากยิ่งขึ้น

สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) จึงมีมติ ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ การประเมินวิทยฐานะ ตาม ว.๑๗/๒๕๕๒ ขอให้ กคศ.ทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ให้เป็นการประเมินแบบเชิงประจักษ์ อย่างแท้จริง โดยในช่วงเวลาที่ทบทวนการใช้เกณฑ์ ให้นำหลักเกณฑ์การประเมินตาม ว.๒๕ มาใช้เป็นการชั่วคราว

 
หลักสูตรท้องถิ่น กับความหวังการปฏิรูปการศึกษาที่ยังห่างไกล PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2009 เวลา 21:05 น.

โดย นุชฤดี รุ่ยใหม่ นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

เรื่องของการปฏิรูปการศึกษาผ่านเวลาสำหรับความพยายามมามากกว่า 10 ปี จนปัจจุบันเป็นความพยายามรอบ 2 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งใกล้เคียงกับคำว่าสำเร็จเพราะการปฏิรูปการศึกษาต้องทำพร้อมๆ กันหลายด้าน ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความทุ่มเทจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นประเด็นที่ยกมากล่าวอ้างเพื่อเป็นแค่แนวทางการทำงานเท่านั้น

ในเมื่อการศึกษามีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องหลายด้าน การปฏิรูปการศึกษาก็ต้องพัฒนาองค์ประกอบเหล่านั้นไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องของผู้สอน ผู้เรียน หลักสูตร สื่อ สถานที่เรียน เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตรอาจเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่ต้องเร่งปรับปรุง แก้ไข และดำเนินการโดยด่วน
ปัญหาของหลักสูตรและการศึกษาไทยที่ผ่านมา คือ มีการกำหนดหลักสูตรจากส่วนกลางเนื้อหาหลายด้านจึงไม่เหมาะสมกับท้องถิ่น การจัดการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้ผล เนื่องจากยังไม่สามารถสอนให้เด็กคิดเป็นระบบ ปลูกฝังให้มีนิสัยรู้จักวิเคราะห์หาเหตุผล และหาแนวทางแก้ไขตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้

อ่านเพิ่มเติม...
 
สวนดุสิตแนะจัดกิจกรรมปฐมวัยสร้างเด็กอัจฉริยะ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 11:54 น.

ผศ.เต็มสิริ เนาวรังสี อาจารย์ประจำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต(มสด.) กล่าวในการประชุมสัมมนา การเล่นเพื่อความเป็นอัจฉริยะของเด็กปฐมวัย ว่า ปัจจุบันการเล่นของเด็กเล็กไม่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ ตลอดจนไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับตัวเด็กเอง เช่น การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ ซึ่งส่งผลทำให้เด็กเกิดความก้าวร้าว หรือขาดสมาธิในการเรียนได้

เพราะฉะนั้นเพื่อให้ความสำคัญกับการเล่นของเด็ก จึงอยากให้มีพ่อแม่ ครูผู้สอน นักศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญและนำ ความรู้ที่ได้ในการสัมมนาไปเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนเด็ก ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ผศ.เต็มสิริกล่าว
ผศ.เต็มสิริกล่าวต่อว่า พ่อแม่ ครูผู้สอน รวมถึงนักศึกษาหลักสูตรปฐมวัย ต้องให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ในการเตรียมความพร้อมทั้ง ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ โดยจัดกิจกรรม หรือจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้รู้จักการเล่นที่เหมาะสมกับวัย คำนึงถึงความปลอดภัย เล่นแล้วสนุกก่อให้เกิดการเรียนรู้ โดยสอดแทรกเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ก่อให้เกิดการพัฒนา เสริมสร้างนวัตกรรมในท้องถิ่นหรือชุมชนที่มีอยู่ เพื่อประกอบการเล่นหรือสอดแทรกในการเรียนการสอน เช่น การเล่นแบบไทยในวัฒนธรรมท้องถิ่น การสอนให้เล่นรู้จักแพ้ชนะเพื่อเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านสติปัญญาและการ เรียนรู้สิ่งใหม่

 
สพฐ.เพิ่งตื่นปั้นเด็กปฐมวัย รู้รักบ้านเกิด-ทำงานท้องถิ่น PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูธวัชชัย บุญช่วย   
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 11:53 น.

สพฐ.เล็งปั้นเด็กปฐมวัยให้เด็กรู้รักบ้านเกิดเน้นทำงานร่วมกับท้องถิ่น ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก
ดร.สม เกียรติชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังเขียนโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นโครงการที่ทำร่วมกันระหว่าง สพฐ.และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ครบทุกด้านควบคู่กับมีความผูกพันกับชุมชนจึงจำเป็น ต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก
รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อว่า เด็กส่วนใหญ่ที่อยู่ตามชนบท จะต้องออกไปเรียนต่อระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาภายนอกหมู่บ้าน ทำให้ไม่ผูกพันกับหมู่บ้าน แต่ถ้าเด็กรุ่นใหม่ที่ได้รับโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ใช้โครงการต้วมเตี้ยมเลี้ยงเตาะแตะ โดยให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาเด็กในโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกผูกพันกับผู้ใหญ่ เมื่อโตจะกลับไปช่วยชุมชนเพิ่มมากขึ้น และทำให้เด็กมีจิตอาสา
ลำพังครู สอนแล้วก็เลิกรากันไปเด็กไม่เกิดความรู้สึกรักบ้านเกิด ถ้ามีคนในชุมชนเข้ามาช่วยดูแล เชื่อว่าจะทำให้เด็กผูกพัน มีจิตใจที่ดี หรือที่เรียกว่าจิตสาธารณะ หากทำต่อเนื่อง 6 ปีจะดูว่าเด็กมีผลการเรียนดีขึ้นหรือไม่ และช่วยเหลือสังคมหรือไม่ คาดจะเริ่มดำเนินการปีงบประมาณ 2551 นี้ ทั้งนี้สภาการศึกษาและมูลนิธิของดร.รุ่ง แก้วแดง จะตั้งสถาบันพัฒนาการปฐมวัยขึ้น และในวันที่ 28 มกราคมนี้ จะระดมทรัพยากรที่รู้เรื่องปฐมวัยเข้ามาช่วยพัฒนาเด็กปฐมวัย ดร.สมเกียรติ กล่าว

 

 
« เริ่มแรกย้อนกลับ313233343536ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 35 จาก 36

ผู้อำนวยการโรงเรียน

 


นายวุฒิ ศรีศรุตวงศ์
ผู้อำนวยการโรงเรียน

..................

แบบสำรวจ

คุณอยากให้โรงเรียนพัฒนาและส่งเสริมด้านใดมากที่สุด
 

ข่าวการศึกษา

 


bottom

เว็บไซด์โรงเรียนชนแดนวิทยาคม สงวนลิขสิทธิ์ © 2552 โรงเรียนชนแดนวิทยาคม
โรงเรียนชนแดนวิทยาคม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ 67150 โทรศัพท์ :056-761262, โทรสาร : 056-761261, E-mail :cdw@cdw.ac.th
Design By Information&Computer Technology : Chondaenwittayakom School